รีวิว Nissan Sylphy นิสสันซิลฟี คอมแพคท์ซีดานรุ่นใหม่ล่าสุด

บริษัท Nissan เชิญสื่อมวลชนสายยานยนต์ ร่วมลงทำการทดสอบรถซีดานรุ่นใหม่ล่าสุด Nissan Sylphy ยนตรกรรมซีดานชนาดเล็กที่มีพื้นที่ห้องโดยสารใหญ่โตระดับซาลูนขนาดกลาง นี่คือผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดจาก Nissan หลังจากประสบความสำเร็จในประเทศจีนจากตัวเลขยอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่อง รถ Nissan Sylphy เปิดตัวอย่างร้อนแรงไปเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม ด้วยรูปลักษณ์ใหม่หมดจดทั้งคัน เครื่องยนต์ใหม่สองขนาดทั้ง 1.6 ลิตร MRA8DE และ 1.8 ลิตร HR16DE ที่เน้นความประหยัดมากกว่าประสิทธิภาพของแรงบิด โดยชูห้องโดยสารที่มีพื้นที่กว้างขวางระดับรถซาลูน เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแบบครบๆ จนไม่น่าเชื่อว่า Nissan Sylphy จะทำได้ดีกว่ารุ่น Sunny NEO แบบเทียบกันไม่ติดเลยทีเดียว

เริ่มต้นทดสอบด้วยรถ Sylphy รุ่นสูงสุด 1.8 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ทั้ง 11 คัน สตาร์ตจากหน้าโชว์รูม Nissan เชียงใหม่มุ่งหน้าสู่วัดพระธาตุหริกุญชัย จังหวัดลำพูน ระยะทางรวม 37.4 กิโลเมตร เป็นทางตรงยาวๆ ที่ใช้ทดสอบระบบส่งกำลังซึ่งเป็นเกียร์ไฟฟ้าสายพานแบบ XTRONIC CVT พัฒนาการของระบบส่งกำลังยุคใหม่ในรถ Nissan Sylphy ที่ให้อัตราทดลื่นไหล แม้จะไม่กระชับฉับไวในรอบปานกลางถึงรอบเครื่องยนต์สูงๆ ผมจับคู่กับพี่สมวิน คอลัมนิสต์ชื่อดังจากนิตยสารรถยนต์หัวนอกของอังกฤษ EVO Magazine Thai Edition โดยพี่สมวินรับหน้าที่ขับขี่เป็นไม้แรกจากหน้าโชว์รูม Nissan ในจังหวัดเชียงใหม่แล้วลากยาวไปจนถึงเขื่อนแม่งัด หลังจากนั้นผมจะเข้ามาเสียบต่อจากบริเวณสันเขื่อนไปจนถึงโรงแรมที่พัก รวมระยะทางในการทดสอบ Nissan Sylphy 210 กิโลเมตร

เมื่อนั่งอยู่ในเบาะผู้โดยสารตอนหน้า ความรู้สึกโปร่งโล่งใน นิสสันซิลฟี เกิดจากการออกแบบพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะที่กว้างมากกว่าปกติ เบาะคู่หน้าและเบาะผู้โดยสารตอนหลังหุ้มด้วยหนังแท้โทนสีอ่อน ตำแหน่งของคอนโซลกับการจัดวางอุปกรณ์อยู่ในระดับทั่วๆไป โดยมีรูปแบบของสวิตช์ ปุ่มต่างๆ ตามแบบอย่างของค่าย Nissan พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังแท้มีสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นไว้ปรับเครื่องเสียง พวงมาลัยสามารถปรับได้ 4 ทิศทางตามความต้องการที่ครอบคลุมสรีระของผู้ขับขี่ หน้าปัดมาตรวัดใช้แบบเรืองแสงตามสมัยนิยม พื้นเป็นสีขาวสลับสีดำทำให้อ่านค่าได้ง่ายทั้งความเร็วรอบและความเร็วของตัว รถ ใจกลางมาตรวัดมีจอแสดงผล Multi Information Display หรือ MID แจ้งเตือนข้อมูลที่สำคัญระหว่างการใช้งาน เมื่อผมลองย้ายก้นไปนั่งยังเบาะผู้โดยสารตอนหลังก็พบกับความกว้างในระดับ บิ๊กซาลูน น้องๆ รถเก๋งขนาดกลางที่มีมิติของห้องโดยสารชนิดเหลือเฟือมากจนเกินพอ มันนั่งได้สบายพอๆ กับรถผู้บริหาร ทั้งการวางเท้า หรือการเอนตัวพักผ่อน ช่องแอร์หลังที่ติดมาให้ ยังช่วยเติมเต็มระดับของความสะดวกสบายที่รถยุคใหม่เกือบทุกรุ่นต้องขวนขวายหามาติดตั้งเพื่อเอาอกเอาใจลูกค้า

ความนิ่มนวลของระบบ รองรับจาก Nissan Sylphy ทำให้นั่งนุ่มสบายก้นจากชุดกันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลงที่ปรับเซตค่าการยืด-ยุบตัวแบบหยุ่นๆ ส่วนช่วงล่างหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม กับเหล็กกันโคลง เป็นช่วงล่างยอดนิยมของรถขับเคลื่อนล้อหน้าทั่วไป ที่ระดับความเร็ว 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีในระดับที่น่าพอใจ ส่วนการเก็บเสียงที่วิศวกรของ Nissan คุยว่าลงมือลงแรงอย่างหนักเพื่อทำให้ Nissan สามารถซับเสียงแปลกปลอมจากภายนอกเช่นเสียงของลมที่ปะทะในย่านความเร็วสูงกับ เสียงของยางที่บดไปบนพื้นถนน ความรู้สึกส่วนตัวของผมคิดว่ามันยังอยู่ในระดับปกติทั่วไปและยังไม่มีความโดดเด่นด้านการเก็บเสียงเท่าที่ควร เมื่อลองย้ายไปนั่งที่ตำแหน่งผู้โดยสารตอนหลังก็พบกับพื้นที่กว้างขวางจน แปลกใจว่ามันจะใหญ่โตไปถึงไหน ห้องโดยสารของ Nissan ยุคใหม่ที่ถูกเน้นด้าน Space มีความใหญ่โตโอฬารเกินโมเดล ทั้ง Almera ที่วางขายเมื่อช่วงต้นปี ตามติดด้วย Sylphy ที่กำลังทำตลาดอยู่ในห้วงเวลานี้

หลังจากแวะทานข้าวเที่ยงกันที่ร้านอาหารโป่งแยงแอ่งดอย ขบวนรถทดสอบ Nissan Sylphy ทั้ง 12 คันออกเดินทางต่อไปยังเขื่อนแม่งัดซึ่งเป็นจุดแวะพักต่อไปในช่วงบ่าย ระยะทาง 50.4 กิโลเมตรจากร้านอาหารไปยังตัวเขื่อน เป็นทางลาดยาง ขึ้น-ลง เขาคดเคี้ยววกไปวนมา พี่สมวินจาก EVO Magazine Thai Edition เริ่มทิ้งระยะจากรถคันข้างหน้าเพื่อความปลอดภัยเมื่อสภาพเส้นทางเปลี่ยนจาก ทางราบมาเป็นทางขึ้น-ลงเนินเขากับโค้งสารพัดรูปแบบที่ต้องผจญตลอดระยะทาง 50 กิโลเมตร ความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นจากรถคันนำ เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสกับระบบรองรับและชุดบังคับเลี้ยวของ Nissan Sylphy ได้อย่างเต็มที่ อาการโคลงตัวเมื่อหักเข้าสู่โค้งบนเส้นทางหมายเลข 107 จากแม่ริมมุ่งหน้าอำเภอแม่แดง ปรากฏให้เห็นบ้างในบางโค้งที่ต้องขับเข้าไปหาด้วยความเร็วสูงแต่ไม่มากจนน่ากลัว การถ่ายเทน้ำหนักอยู่ในระดับที่เป็นกลาง เมื่อขับมาสักพักใหญ่ๆ วิวทิวทัศน์สองข้างทางกลับยิ่งสวยงามขึ้นทุกขณะ ฝนที่ตกพรำๆ มาตั้งแต่ช่วงเช้าเริ่มซาลงและแทนที่ด้วยแสงแดดกับสีฟ้าสดใสของ ท้องฟ้าในแถบเขื่อนแม่งัด ทำให้มุมมองของบริเวณนี้กระจ่างตามากยิ่งขึ้น

เขื่อนแม่งัดเป็นเขื่อนดินถมสูง 59 เมตร ยาว 1,950 เมตร พื้นที่ของอ่างเก็บน้ำมีขนาดประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร สามารถเก็บกักน้ำได้สูงสุดถึง 265 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแม่งัดเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2520 โดยกรมชลประทาน การก่อสร้างตัวเขื่อนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2527 ต่อมา กฟผ. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิต) ได้เข้ามาดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในปี พ.ศ. 2528 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2528 ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 4,500 กิโลวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง รวมกำลังผลิตทั้งสิ้น 9,000 กิโลวัตต์ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละ 19 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามเขื่อนว่า “เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล” เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2529 และเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 ขบวนรถทดสอบ Nissan Sylphy จอดแวะทานกาแฟกันบนสันเขื่อนแม่งัด พร้อมๆ กับการเก็บบันทึกภาพรถ Sylphy กับพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำ ก่อนจะออกเดินทางต่อไปในช่วงทดสอบสุดท้ายบนเส้นทางเขื่อนแม่งัด-เวียงกุมกาม

ระยะทาง 60.4 กิโลเมตรจากเขื่อนแม่งัดมุ่งหน้าเวียงกุมกามเป็นทางภูเขาสลับเนินและทางโค้ง หลากหลายรูปแบบ เป็นเส้นทางช่วงสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นสุดการทดสอบในวันนี้ ผมเข้ามารับหน้าที่ขับต่อจากพี่สมวินซึ่งเปลี่ยนมาเป็นผู้โดยสารด้วย อิริยาบถสบายๆ บนเบาะ

ที่มา: ไทยรัฐ

Nissan Sylphy ราคา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s